logo-pof

Menu

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

POF Shrink Film คือฟิล์มหดประเภท Polyolefin ที่จะหดตัวเมื่อได้รับความร้อน เพื่อห่อสินค้าให้แนบกับตัวสินค้าอย่างกระชับ ช่วยป้องกันฝุ่น ความชื้น และความเสียหายระหว่างขนส่ง

เหมาะกับสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง สินค้า Retail และสินค้าที่ต้องการความใสของบรรจุภัณฑ์เพื่อโชว์สินค้า

POF Shrink Film มีความใส ยืดหยุ่น และทนการฉีกขาดดี เหมาะกับสินค้าหลากหลายและงานความเร็วสูง

PE Shrink Film มีความหนาและความแข็งแรงสูง เหมาะกับสินค้าหนักหรือการแพ็ครวมหลายชิ้น เช่น น้ำดื่มแบบแพ็ค

PVC Shrink Film หดตัวง่ายและต้นทุนต่ำ แต่มีความยืดหยุ่นและความปลอดภัยต่ออาหารต่ำกว่า POF ในหลายการใช้งาน

การเลือก Shrink Film ควรพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก

  • น้ำหนักและรูปทรงสินค้า

  • ประเภทเครื่องแพ็ค (Manual, Semi-Auto หรือ Automatic)

  • อุณหภูมิการหดของเครื่อง

สินค้าขนาดเล็กหรือสินค้าขายปลีกมักใช้ POF ส่วนสินค้าหนักหรือพาเลทขนาดใหญ่จะใช้ PE Shrink Film

Cross-linked POF Shrink Film คือฟิล์มที่ผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างโมเลกุลให้เชื่อมต่อกันแน่นขึ้น ทำให้ฟิล์มมีความแข็งแรงสูงขึ้น ทนความร้อนดี และลดการแตกขาดระหว่างการแพ็ค

เหมาะกับเครื่องแพ็คความเร็วสูง สินค้าที่มีมุมคม หรือสายการผลิตอัตโนมัติ

Shrink Label เป็นฉลากฟิล์มที่หดตัวตามรูปทรงบรรจุภัณฑ์เมื่อผ่านความร้อน สามารถหุ้มสินค้าได้รอบ 360 องศา

สติ๊กเกอร์ทั่วไปติดเฉพาะพื้นผิวเรียบ ในขณะที่ Shrink Label เหมาะกับขวดหรือภาชนะทรงโค้งและช่วยเพิ่มพื้นที่สื่อสารแบรนด์ได้มากกว่า

Laminated Film คือฟิล์มหลายชั้นที่นำวัสดุพลาสติกหรือวัสดุ Barrier ต่างชนิดมาประกบกัน เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านการป้องกันความชื้น ออกซิเจน แสง และกลิ่น

นิยมใช้กับซองอาหาร ขนม กาแฟ อาหารสัตว์ และสินค้า FMCG ที่ต้องการยืดอายุสินค้า

ฟิล์มสำหรับอาหารควรมีคุณสมบัติหลักดังนี้

  • วัสดุ Food Contact Safe

  • ป้องกันความชื้นและออกซิเจน

  • ไม่ถ่ายเทกลิ่นหรือสารเคมี

  • รองรับกระบวนการซีลและการผลิต

  • คงคุณภาพอาหารตลอดอายุสินค้า

การเลือกโครงสร้างฟิล์มมีผลโดยตรงต่อ Shelf Life ของสินค้า

PP Board คือแผ่นพลาสติก Polypropylene โครงสร้างลูกฟูก น้ำหนักเบา แข็งแรง และกันน้ำ

นิยมใช้ทำป้ายโฆษณา บรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่องReusable งานตกแต่ง และงานแสดงสินค้า เนื่องจากตัด เจาะ และพิมพ์ได้ง่าย

ความหนาที่ใช้บ่อย ได้แก่ 2 มม., 3 มม., 5 มม. และ 10 มม.

2-3 มม. ใช้งานป้ายทั่วไป
5 มม. ใช้กับโครงสร้างหรือกล่องบรรจุสินค้า
10 มม. ใช้งานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

ขนาดแผ่นสามารถผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือสั่งตัดเฉพาะงานได้

ข้อมูลสำคัญที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ประเภทสินค้าและน้ำหนักสินค้า

  • อายุสินค้าที่ต้องการ (Shelf Life)

  • วิธีบรรจุและเครื่องแพ็คที่ใช้

  • รูปแบบบรรจุภัณฑ์ (ซอง ม้วน ถุง หรือฟิล์มหด)

  • ปริมาณการผลิตต่อเดือน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้โรงงานออกแบบโครงสร้างฟิล์มได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดต้นทุนและปัญหาระหว่างการผลิต

Scroll to Top